เดินทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยไปกับรถไฟความเร็วสูงแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ชินคันเซ็น

ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำสมัยในระดับต้น ๆ ของโลกอยู่เสมอ อีกหนึ่งนวัตกรรมของเทคโนโลยีคมนาคมที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่ม ปรับปรุงพัฒนาจนได้ชื่อว่าเร็วที่สุดในโลกนั่นก็คือ รถไฟชินคันเซ็น

รถไฟชินคันเซ็นขบวนแรกได้ถูกสร้างขึ้นราวปี 1958 และแล้วเสร็จในปี 1964 สาเหตุที่ต้องสร้างรถไฟชินกันเซ็นขึ้นเนื่องมาจากภูมิประเทศของญี่ปุ่นนั้นเป็นภูเขาเกือบทั้งหมด การตัดถนนหรือทำรางรถไฟก็จะต้องอ้อมภูเขาไปทำให้ใช้เวลาในการเดินทางมาก รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นนี้จึงช่วยย่นระยะเวลาได้มากเลยทีเดียว โดยขบวนแรกนั้นสามารถวิ่งได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดให้ใช้บริการวันที่  1 ตุลาคม ค.ศ.1964 เส้นทางที่ให้บริการสายแรกคือ สายโทไคโดชินคันเซ็น โดยวิ่งจากเมืองโตเกียวไปโอซาก้า ซึ่งทันใช้พอดีกับกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวเป็นเจ้าภาพ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม ภายในระยะเวลา 3 ปี มียอดผู้ใช้ถึง 100 ล้านคนเลยทีเดียว และมีความนิยมมากขึ้นตามลำดับ

จากนั้นมาประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนาเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นมาอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว เพื่อศักยภาพสูงสุดต่อผู้มาใช้บริการ จนปัจจุบันนั้นมีเส้นทางการเดินของชินคันเซ็นไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีจำนวนมากถึง 323 ขบวน ล่าสุดในได้มีการพัฒนาความเร็วได้ถึง 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว นับว่ามีความรวดเร็วสามารถส่งผู้โดยสารไปยังปลายทางได้อย่างฉับไว

นอกจากความไวในการเดินทางแล้ว ภายในของชินคันเซ็นก็ยังสะอาดสะอ้านเรียบร้อย กว้างขวางหรูหรา บางขบวนอย่างชินคันเซ็นโทเรยุนั้นถึงกับมีออนเซ็นไว้บริการให้ผู้โดยสารได้แช่เท้าขณะเดินทางได้อีกด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างก็อยากจะทดลองไปใช้บริการสักครั้ง เพราะนอกจากชินคันเซ็นจะนำทางเราไปสู่จุดหมายแล้ว ยังถือได้ว่าให้การบริการที่สะดวกสบายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำหรับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และถึงแม้ว่าปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นนี้จะเป็นอันดับหนึ่งในความเร็วระดับโลก ญี่ปุ่นก็ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้มีความเร็วสูงกว่านี้อีก แต่ปัญหาก็คือยิ่งเร็วยิ่งเสียงดัง ดังนั้นจึงกำลังหาวิธีที่จะมากำจัดมลพิษทางเสียงให้ลดลง ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร นอกจากนี้ก็ยังมีการพัฒนาศักยภาพทางด้านต่าง ๆ อยู่เสมอทั้งด้านความสะดวกสบายของผู้โดยสาร การเพิ่มเส้นทางเดินรถ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริการ ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำและการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อให้ได้รับประโยชน์ ความประทับใจสูงสุดนั่นเอง